วันจันทร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2555

ภาษา

*บริเวณที่มีประชากรเบาบาง 

                บริเวณที่มีประชากรอาศัยอยู่เบาบาง คือ พื้นที่ที่มีเงื่อนไขทางธรรมชาติด้านต่าง ๆ ไม่เอื้อหรือไม่ส่งเสริมต่อการตั้งถิ่นฐานและการประกอบอาชีพ ได้แก่ บริเวณตอนในของทวีปเอเชียที่มีปริมาณฝนน้อย จนถึงเป็นเขตแห้งแล้งแบบทะเลทราย บริเวณที่สูงมีเทือกเขาสลับซับซ้อนยากต่อการเดินทาง และบริเวณละติจูดสูงที่มีอากาศหนาวเย็นจัด ซึ่งเงื่อนไขดังกล่าวทำให้มีประชากรอาศัยอยู่เบาบางมาก เช่น แผ่นดินทำให้ไม่มีทางออกสู่ทะเล มีฝนน้อย จนถึงเป็นทะเลทราย มีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนทำให้การคมนาคมไม่สะดวก เงื่อนไขทางธรรมชาติดังกล่าวทำให้ประเทศมองโกเลียมีความหนาแน่นประชากรเพียง 2 คนต่อตารางกิโลเมตร ซึ่งหนาแน่นน้อยที่สุดในทวีปเอเชีย

                                      ตาราง แสดงความหนาแน่นของประชากรในทวีปเอเชีย 10 อันดับแรก 

ลำดับที่
ประเทศ
พื้นที่
(ตารางกิโลเมตร)
จำนวนประชากร
(คน)
ความหนาแน่นของประชากร
(คนต่อตารางกิโลเมตร)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
มาเก๊า (จีน)
ฮ่องกง(จีน)
สิงคโปร์
มัลดีฟส์
บาห์เรน
บังกลาเทศ
ไต้หวัน
เกาหลีใต้
เลบานอน
ญี่ปุ่น
16
1,069
682
298
622
143,998
36,000
99,173
10,400
377,815
461,833
7,303,334
413,1200
32,0165
656,397
133,376,684
22,548,009
48,324,000
3,677,780
126,974,658
28,865
6,832
6,055
1,074
1,055
926
626
487
354
336

ที่มา : http //www.mfa.go.th
  4. โครงสร้างของอายุประชากร คือสัดส่วนของประชากรในช่วงอายุต่าง ๆ ที่รวมกันเป็นจำนวนประชากรของประเทศใดประเทศหนึ่ง หรือพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ซึ่งการศึกษาโครงสร้างอายุประชากรจะช่วยให้สามารถวางแผนในเรื่องของประชากรให้เหมาะสมกับประเทศได้ เพราะโครงสร้างอายุประชากรที่เหมาะสม คือมีประชากรวัยเด็ก และวัยชราซึ่งเป็นวัยพึ่งพิงน้อย แต่มีประชากรวัยทำงานมาก ซึ่งจะส่งผลดีต่อประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม เช่น ช่วยเพิ่มผลผลิตต่าง ๆ หรือเป็นแรงงาน เป็นต้น
      โครงสร้างอายุประชากรส่วนใหญ่จะแบ่งเป็นช่วงอายุประชากรช่วงละ 5 ปี เช่น เริ่มต้น 0 : 4 ปี สิ้นสุด 80 ปีขึ้นไป
โดยโครงสร้างอายุประชากรพิจารณาได้ดังนี้
       ประชากรวัยเด็ก มีช่วงอายุ 0-14 ปี
       ประชากรวัยทำงาน มีช่วงอายุ 15-59 ปี
       ประชากรวัยสูงอายุ มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป
       การพิจารณาโครงสร้างประชากรประกอบด้วยอายุและเพศของประชากร ซึ่งจะเห็นภาพชัดเจนหรือมองภาพรวมได้ เราอาจจะพิจารณาจาก “พีระมิดประชากร (Population Pyramid)
       จากโครงสร้างประชากรปี พ.ศ. 2543 เปรียบเทียบระหว่างประชากรโลก สหรัฐอเมริกา จีน อินเดีย และไทยจะเห็นได้ว่า
    • ประชากรวัยเด็ก (0 – 14 ปี ) ของสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นประเทศในกลุ่มพัฒนา มีเพียงร้อยละ 20.1 ขณะ ที่อินเดียมีถึงร้อยละ 39 และของโลก สูงถึงร้อยละ 33.9 ส่วนจีนมีเพียงร้อยละ 24 ไทยร้อยละ 24.1 ซึ่งใกล้เคียงกับประเทศกลุ่มพัฒนาอย่างสหรัฐอเมริกา แสดงให้เห็นว่าสหรัฐอเมริกา จีนและไทยมีสัดส่วนของประชากรวัยเด็กเป็นวัยพึ่งพิงน้อย ทำให้ภาระของประเทศในการดูแลด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับเด็กจะน้อยกว่าของอินเดียและของโลก
    • ประชากรวัยทำงาน (15-59ปี) ของสหรัฐอเมริกา จีน และไทยมีถึงร้อยละ 63.5 65.2 และ66.5 ตามลำดับ ส่วนอินเดียและของโลกมีเพียงร้อยละ 51.9 และ 63.3 ตามลำดับ แสดงว่าประชากรวัยแรงงานของสหรัฐอเมริกา จีน และไทย จะมีสัดส่วนที่สูงกว่าของอินเดีย และของโลก ทำให้ประชากรช่วยสร้างผลิตผลต่าง ๆ ได้มาก
    • ประชากรวัยสูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ของโลกมีร้อยละ 16.8 แสดงให้เห็นถึงประชากรวัยชรามีสัดส่วนที่สูง
      สหรัฐอเมริกาก็เช่นกันสูงถึงร้อยละ 16.3 อาจจะเนื่องมาจากความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่ทำให้คนอายุยืนยาวขึ้น จะทำให้รัฐบาลต้องรับภาระในการดูแลประชากรกลุ่มนี้ในขณะที่จีน อินเดีย และไทย มีสัดส่วนต่ำกว่า คือ ร้อยละ 10.8 9.2 และ 9.4 ตามลำดับ
           จากพีระมิดโครงสร้างอายุประชากรเปรียบเทียบระหว่าง 3 ประเทศในเอเชียที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดกับมากเป็นอันดับสอง คือ จีนกับอินเดีย และไทยกับประเทศในกลุ่มพัฒนาอย่าง สหรัฐอเมริกาและของโลก พบว่าจีนและไทยมีลักษณะพีระมิดใกล้เคียงกับสหรัฐอเมริกา แสดงว่าจีน และไทยมีโครงสร้างอายุประชากรที่ค่อนข้างเหมาะสามสะท้อนถึงการวางแผนและจัดการเกี่ยวกับประชากรที่ได้ผลส่วนอินเดียมีโครงสร้างอายุประชากรใกล้เคียงกับโลกซึ่งพิจารณาจากประชากรทั่วโลก แสดงว่าอินเดียมีโครงสร้างอายุประชากรที่ยังไม่เอื้อต่อการพัฒนาประเทศมากนัก 
      5. ชาติพันธุ์ ทวีปเอเชียมีพื้นที่ใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุด ประกอบด้วย 3 กลุ่มชาติพันธุ์และแบ่งเป็นเชื้อชาติต่าง ๆ มากมาย แยกย่อยแตกต่างกันไป ได้แก่
           5.1 กลุ่มมองโกลอยด์ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีผิวเหลือง มีจำนวนประชากรมากที่สุดของทวีปเอเชียและของโลก จำแนกได้เป็น 2 กลุ่มย่อย คือ
                 - กลุ่มมองโกลอยด์ตอนเหนือ เป็น กลุ่มชาติพันธุ์ที่ปรากฏอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกได้แก่ ชาวญี่ปุ่น เกาหลี จีน ทิเบต มองโกเลีย และชาวเติร์กเมนิสถานในภูมิภาคเอเชียกลาง
                 - กลุ่มมองโกลอยด์ตอนใต้ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ปรากฏอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ชาวไทย เวียดนาม กัมพูชา ลาว พม่า มาเลเซีย อินโดนีเซีย ติมอร์-เลสเต บรูไน ฟิลิปปินส์ รวมทั้งชนกลุ่มน้อยที่ปรากฏในภูเขาสูงของคาบสมุทรอินโดจีน เช่น ชาวม้ง กระเหรี่ยง อีก้อ มูเซอ เป็นต้น และชนกลุ่มน้อยในกลุ่มเกาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บางพวก
           5.2 กลุ่มคอเคซอยด์ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ทีมีผิวขาว มีหน้าตาและร่างกายที่สูงใหญ่ ปรากฏในภูมิภาคเอเชียเหนือ เอเชียกลาง เอเชียใต้ และเอเชียตะวันตกเฉียงใต้

           5.3 กลุ่มนิกรอยด์ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในเอเชียอีกกลุ่มหนึ่ง มีผิวดำ ผมหยิก รูปร่างเล็ก ได้แก่ 
    ชาวตราวิเดียนในอินเดียและศรีลังกา เงาะ ป่าเซมัง และซาไกในมาเลเซีย และอินโดนีเซีย 


    เอเชีย : ทวีปที่มีความหลากหลายทางภาษา

                ความกว้างใหญ่ของแผ่นดินเอเชียทำให้ภูมิประเทศและภูมิอากาศ แตกต่างกันไปตามบริเวณต่าง ๆ ความหลากหลายของภูมิประเทศและภูมิอากาศเป็นสภาพทางธรรมชาติอย่างหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์วัฒนธรรมของมนุษย์ในรูปแบบแตกต่างกันไป ภาษาเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งที่เกิดจากการสร้างสรรค์โดยมนุษย์เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารระหว่างกลุ่มคนกลุ่มเดียวกันและระหว่างกลุ่ม ในทวีปเอเชียปรากฏภาษาที่มากมายหลายพันภาษา มีลักษณะสำเนียงพูดและหลักภาษาแตกต่างกันไป ซึ่งจำแนกเป็นกลุ่มภาษาหลัก ๆ ได้เป็น 11 กลุ่ม ภาษา บริเวณต่าง ๆ พิจารณาได้จากแผนที่ ดังนี้ 

    1. กลุ่มภาษาอิหร่าน – อาร์มีเนีย ปรากฏในประเทศอิหร่าน อัฟกานิสถาน และปากีสถานแถบตะวันตก
    2. กลุ่มภาษาสลาฟ ปรากฏในประเทศรัสเซียด้านตะวันออกเฉียงใต้ และคาซัคสถานตอนเหนือ
    3. กลุ่มภาษาอาหรับ ปรากฏในกลุ่มประเทศสมุทรอาหรับ
    4. กลุ่มภาษาอินเดีย (ฮินดู เบงกอล) ปรากฏในประเทศอินเดียตอนเหนือ ปากีสถานด้านตะวันออก บังกลาเทศด้านตะวันตกเฉียงใต้ เนปาล และภูฏาน
    5. กลุ่มภาษายูราล-อัลไต (รัสเซีย มองโกเลีย เติร์ก) ปรากฏในประเทศรัสเซียเป็นส่วนใหญ่ จีนตอนเหนือ มองโกเลีย อุซเบกิสถาน คีร์กีซ ทาจิกิสถาน เติร์กเมนิสถาน คาซัคสถาน อาร์เมเนีย ไซปรัส และตุรกี
    6. กลุ่มภาษาอินโด-แปซิฟิก (โพลินิเซีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย) ปรากฏในประเทศหมู่เกาะของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    7. กลุ่มภาษาจีน ปรากฏในประเทศจีนเป็นส่วนใหญ่ พม่า เวียดนาม และลาว
    8. กลุ่มภาษาญี่ปุ่น ปรากฏในประเทศญี่ปุ่น
    9. กลุ่มภาษาเกาหลี ปรากฏในคาบสมุทรเกาหลี
    10. กลุ่มภาษาไทย ปรากฏในประเทศไทย ซึ่งบางครั้งนักภาษาศาสตร์จัดอยู่ในกลุ่มภาษาไทย-จีน-ทิเบต
    11. กลุ่มภาษาเฉพาะถิ่น ปรากฏอยู่ในหลายบริเวณซึ่งไม่สามารถจัดเข้ากับกลุ่มภาษาใดได้ ได้แก่ เกาะศรีลังกาตอนเหนือ อินเดียตอนใต้ พม่าตอนใต้ กัมพูชา รัสเซียด้านตะวันออกเฉียงเหนือ และด้านตะวันออกเฉียงใต้บางส่วน


    เอเชีย : ทวีปที่เป็นแหล่งกำเนิดศาสนาสำคัญของโลก
               แผ่นดินอันกว้างใหญ่ของทวีปเอเชีย เป็นแหล่งกำเนิดของศาสนาที่สำคัญของโลกทุกศาสนารวมทั้งลัทธิความเชื่อซึ่งมีลักษณะคล้ายศาสนา แต่ขาดองค์ประกอบบางอย่างจึงไม่ถือเป็นศาสนา ศาสนาและลัทธิกำเนิดในทวีปเอเชีย ได้แก่

     - ศาสนาฮินดู
    - พระพุทธศาสนา
    - ศาสนาคริสต์
    - ศาสนาอิสลาม
    - ศาสนายูดาย
    - ศาสนาชินโด
    - ลัทธิเต๋า และลัทธิขงจื๊อ
    กำเนิดในอินเดีย
    กำเนิดในอินเดีย
    กำเนิดในอิสราเอล
    กำเนิดในซาอุดีอาระเบีย
    กำเนิดในอิสราเอล
    กำเนิดในญี่ปุ่น
    กำเนิดในจีน

เศรษฐกิจ

 การนับถือศาสนาและลัทธิความเชื่อต่าง ๆ ในทวีปเอเชียปรากฏอยู่ในบริเวณต่าง ๆ ดังที่แสดงในแผนที่
  1. ศาสนาคริสต์ ประกอบด้วยนิกายโรมันคาทอลิก โปรเตสแตนต์ และออร์ทอดอกซ์ ปรากฏในประเทศรัสเซียตอนใต้และด้านตะวันตกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังปรากฏในเกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์เกาะสุมาตราของอินโดนีเซียบางส่วน และมีกระจายอยู่ในประเทศต่าง ๆ เฉพาะกลุ่มผู้นับถือ
  2. ศาสนาอิสลาม ประกอบด้วยนิกายซุนนีและซีอะห์ ปรากฏในกลุ่มประเทศอาหรับทุกประเทศยกเว้นอิสราเอล ในเอเชียใต้ปรากฏในปากีสถานอัฟกานิสถาน อินเดียด้านตะวันตกเฉียงเหนือ บังกลาเทศบางส่วน ในเอเชียกลางปรากฏในทุกประเทศ ในเอเชียตะวันออกปรากฏในจีนและมองโกเลีย ด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปรากฏในคาบสมุทรมลายู ในมาเลเซีย บรูไนและกลุ่มเกาะของประเทศอินโดนีเซีย
  3. พระพุทธศาสนา ปรากฏในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในกลุ่มประเทศคาบสมุทรอินโดจีน ได้แก่ ไทย พม่า ลาว กัมพูชา ในเอเชียใต้ ได้แก่ ศรีลังกา ภูฎาน และเนปาลบางส่วน ส่วนในเอเชียตะวันออก ได้แก่ จีนบางส่วน และญี่ปุ่นบางส่วน
  4. ศาสนาฮินดู ปรากฏในอินเดีย เนปาลและบังกลาเทศบางส่วน นอกจากนี้ยังปรากฏเด่นในเกาะบาหลีของอินโดนีเซีย
  5. ศาสนาชินโต ปรากฏในกลุ่มเกาะญี่ปุ่น
  6. ศาสนายูดาย ปรากฏในประเทศอิสราเอล
  7. ลัทธิขงจื๊อและลัทธิเต๋า ปรากฏในจีนแถบตะวันออก เกาหลีเหนือ เวียดนาม และลาวทางตอนเหนือ
  8. ศาสนาพื้นเมืองและภูตผี ปรากฏอยู่ในรัสเซียตอนเหนือ และแถบตะวันออก ตอนกลางของเกาะบอร์เนียว อิเรียนจายา และเกาะเล็ก ๆ ของอินโดนีเซีย


พระพุทธศาสนาในประเทศไทย

แหล่งที่มา: http://www.etcband.net/v3/webboard/show.php?id=4809

  
เอเชีย : ทวีปที่มีลักษณะเศรษฐกิจหลักอยู่บนพื้นฐานการเกษตร

            ลักษณะเศรษฐกิจของทวีปเอเชียโดยรวมทีพื้นฐานอยู่บนเศรษฐกิจภาคเกษตร พิจารณาจากการที่มีจำนวนประชากรส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตร ทั้งที่เป็นผู้ประกอบการและเป็นแรงงาน นอกจากนี้ในเรื่องของการใช้ที่ดินส่วนใหญ่ก็ถูกใช้ไปกับกิจกรรมการเกษตรในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งการที่ทวีปเอเชียมีลักษณะเศรษฐกิจภาคเกษตรเด่นดังกล่าวนั้น เนื่องจากมีลักษณะทางธรณีที่ปรากฏ ชนิดหินและแร่ธาตุหลากหลายทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์การมีโครงสร้างทางธรณีที่ซับซ้อนทำให้ปรากฏภูมิประเทศหลากหลายโดยเฉพาะที่ราบมีแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์เอื้อต่อการเกษตรในหลายบริเวณ มีภูมิอากาศที่หลากหลายเอื้อต่อกิจกรรมทางการเกษตรในรูปแบบต่าง ๆ กัน รวมทั้งมีพืชพรรณธรรมชาติที่ช่วยเพิ่มธาตุอาหารและความชื้นให้แก่ดินซึ่งปัจจัยดังกล่าว เป็น ระบบธรรมชาติ นอกจากนี้เหตุผลอีกประการหนึ่ง ได้แก่ ระบบมนุษย์ นั่นคือ ประชากรของทวีปเอเชียส่วนใหญ่มีวิธีคือ มีระบบวัฒนธรรมทีผูกพันกับการเกษตรมาอย่างยาวนาน ทำให้เกิดความคุ้นเคย เกิดการเรียนรู้ และมีการพัฒนาทางด้านการเกษตรอยู่ตลอดเวลา 
            การเกษตรของทวีปเอเชียที่สำคัญจำแนกได้เป็น 2 กิจกรรมใหญ่ ๆ ได้แก่ การเพาะปลูก และการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งกิจกรรมทั้ง 2 อย่างจะปรากฏอยู่ในพื้นที่ของทวีปเอเชียแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขทางธรรมชาติในเรื่องของลักษณะภูมิประเทศ ภูมิอากาศ แหล่งน้ำ และดินเป็นสำคัญ เช่น เขตเพาะปลูกที่สำคัญจะอยู่แถบที่ราบลุ่มน้ำ เขตมรสุมของเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขณะที่เขตเลี้ยงสัตว์ทีสำคัญจะอยู่ในเขตอบอุ่นถึงหนาวเย็นที่มีอากาศแห้งแล้งบริเวณเอเชียกลาง และเอเชียเหนือ เป็นต้น
            นอกจากการเกษตรแล้ว ลักษณะเศรษฐกิจของเอเชียยังประกอบด้วยอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ การค้า และบริการ 
  1. เศรษฐกิจการเกษตร
    1.1การเพาะปลูก
          ในทวีปเอเชียมีการเพาะปลูกพืชที่แตกต่างกันไปตามลักษณะของภูมิประเทศ ภูมิอากาศ แหล่งน้ำ ดิน และความชำนาญของประชากรเป็นสำคัญ ซึ่งจำแนกออกเป็นประเภทต่าง ๆ ได้ดังนี้

การทำนาข้าวขั้นบันได
แหล่งที่มา: http://www.banlaoop.maelanoi.net/unseen.php
  1. การเกษตรเพื่อยังชีพ ส่วนใหญ่ปรากฏในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นการเพาะปลูกพืชเพื่อการยังชีพเป็นหลัก เมื่อผลผลิตเหลือจากการยังชีพจึงจะนำไปขายเป็นพืชเพื่อการค้า
  2. การทำไร่เลื่อนลอย การทำไร่เลื่อนลอยเป็นการเพาะปลุกที่มีการเคลื่อนย้ายพื้นที่ เพาะปลูกไปเรื่อย ๆ ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดินที่จะทำให้ได้ผลผลิตมากเป็นสำคัญ ส่วนใหญ่ปรากฏในบริเวณพื้นที่ภูเขาที่มีลาดชัน ดินจึงถูกชะล้างธาตุอาหารได้ง่าย จึงต้องมีการย้ายไปปลุกยังพื้นที่ใหม่ ส่วนใหญ่ปรากฏในพื้นที่ภูเขาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  3. การปลูกพืชเพื่อการค้า ส่วนใหญ่เป็นการปลุกที่เน้นพืชประเภทธัญพืชเป็นหลัก พบมากบริเวณคาซัคสถานตอนเหนือ
  4. การเกษตรเพื่อการค้าแบบผสม เป็นการปลุกพืชและเลี้ยงสัตว์ควบคู่กันไปในบริเวณเดียวกัน มีปรากฏเป็นบริเวณต่าง ๆ ในจีนและรัสเซียส่วนเอเชียตอนกลาง และเมืองอาคุตสก์
  5. การปลูกพืชเฉพาะอย่าง คือ การปลุกพืชอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นพื้นที่และปริมาณมาก ๆ เพียงชนิดเดียว เน้นการผลิตเพื่อการค้า ส่วนใหญ่ปรากฏในภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ เช่น การปลูกอินทผลัม เป็นต้น รวมทั้งการปลูกยางพาราในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 
           จากที่กล่าวมาแล้วว่า เขตเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของทวีปเอเชียจะอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออก เนื่องจากมีสภาพทางธรรมชาติของภูมิประเทศที่เป็นพื้นที่ราบลุ่มน้ำอยู่มาก มีปริมาณฝนสูง มีแม่น้ำสายใหญ่อยู่หลายสาย ทำให้มีน้ำที่ใช้ในการเพาะปลูกได้อย่างพอเพียง ขณะที่บริเวณอื่น ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ราบลุ่มน้ำก็มีการเพาะปลุกพืชอยู่บ้าง เช่น บริเวณลุ่มน้ำไทกิรส-ยูเฟรทิสในอิรัก ก็สามารถปลูกอินทผลัมได้

พืชเศรษฐกิจของเอเชียจำแนกตามชนิด ได้ดังนี้

       1. ข้าวเจ้า
 ปรากฏมากในเขตที่มีแสงแดดจัด ปริมาณน้ำเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของต้นข้าวนั่นคือ จะต้องมีน้ำแช่ขังอยู่ช่วงเวลาหนึ่งเพื่อให้ต้นข้าวแตกกอจนถึงออกรวง ธรรมชาติของข้าวเป็นพืชที่ต้องการน้ำมาก เหมาะที่จะปลูกในเขตที่ราบลุ่มน้ำและเขตรับลม ที่มีฝนชุกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออก ได้แก่ ที่ราบลุ่มน้ำฮวงเหอและแยงซีของประเทศจีน ที่ราบลุ่มน้ำอิระวดีในพม่า ที่ราบภาคกลางของประเทศไทย ที่ราบลุ่มน้ำโขงในกัมพูชาและเวียดนาม ที่ราบลุ่มน้ำคงคาและพรหมบุตรในอินเดียและบังกลาเทศ นอกจากนี้ยังปรากฏอยู่ในคาบสมุทรเกาหลี ทีราบของเกาะชวา ในอินโดนีเซีย และกระจายอยู่ในกลุ่มเกาะของฟิลิปปินส์ ข้าวเจ้าถือเป็นพืชหลักที่ประชากรชาวเอเชียใช้บริโภคทำให้มีการปลูกมากจนเหลือจากการบริโภคและสามารถส่งเป็นสินค้าส่งออกได้


นาข้าว

แหล่งที่มา: http://gotoknow.org/blog/yutkpp/205202

            2. ข้าวสาลี ปรากฏมากในเขตอากาศอบอุ่นส่วนใหญ่ตั้งแต่เหนือเส้นทรอปิกออฟแคนเซอร์ขึ้นไปที่มีปริมาณฝนเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของต้นข้าวที่สำคัญ ได้แก่ ตอนเหนือของอินเดีย ตอนเหนือของปากีสถาน ตอนเหนือของ คาซัคสถาน ที่ราบลุ่มน้ำไทกิรส-ยูเฟรทิสของอิรัก ตอนใต้ของตุรกี และจีนด้านตะวันออกเฉียงเหนือ         3. ข้าวฟ่าง เป็นพืชตระกูลเดียวกับหญ้าที่สามารถปลูกได้ในเขตที่มีปริมาณฝนไม่มาก และในภูมิประเทศที่ดอนซึ่งดินไม่ค่อยอุดมสมบูรณ์มากนักได้ แหล่งปลูกข้าวฟ่างที่สำคัญ ได้แก่ บริเวณคาบสมุทรเดคคานในประเทศอินเดีย ซึ่งข้าวฟ่างเป็นพืชที่ใช้เป็นอาหารสัตว์และมีการบริโภคบ้างในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย


    ไร่ฟ่างข้าว

    แหล่งที่มา: http://www.rakbankerd.com/kaset/openweb.php?id=485&s=tblrice
            4. ฝ้าย ส่วนใหญ่ปรากฏในเขตอบอุ่นในเอเชียกลางแถบอุซเบกิสถาน และเติร์กเมนิสถาน ในเอเชียตะวันออกบริเวณที่ราบด้านตะวันออกของจีนและในเอเชียใต้บริเวณตอนในของคาบสมุทรเดคคานของอินเดีย ฝ้ายเป็นพืชที่ปลูกเพื่อเอาเส้นฝ้ายมาทำเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม เป็นเส้นใยธรรมชาติที่เมื่อนำมาทอเป็นเสื้อผ้าจะทำให้สวมใส่สบาย จึงเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญชนิดหนึ่ง


    ไร่ฝ้าย

    แหล่งที่มา: http://www.oknation.net/blog/esan-banna/2008/09/29/entry-1
            5. อินทผลัม เป็นพืชที่ปลูกได้ดีในเขตโอเอซิสซึ่งเป็นแหล่งน้ำในทะเลทราย และเขตที่ราบลุ่มน้ำในภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ เช่น ที่ราบลุ่มน้ำไทกริส-ยูเฟรทิสในอิรัก โดยธรรมชาติ อินทผลัมเป็นพืชที่ปลูกได้ดีในสภาพอากาศแห้งแล้งแต่ดินไม่แห้งมากนัก เป็นพืชทีมีรสหวานมาก ซึ่งให้พลังงานสูง ทำให้ประชากรแถบตะวันออกกลาง ซึ่งอยู่ในสภาพอากาศร้อนจัดในช่วงกลางวัน นิยมบริโภคเพื่อชดเชยพลังงานที่สูญเสียไปกับเหงื่อจากอากาศที่ร้อนจัด         6. มะพร้าว เป็นพืชที่ปลูกได้ดีในบริเวณสันทรายชายฝั่งทะเล ปรากฏมากบริเวณกลุ่มเกาะของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สำคัญ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย มะพร้าวเป็นพืชที่ใช้เป็นอาหาร และอุตสาหกรรมอาหารหลายประเภท


    สวนมะพร้าว
    แหล่งที่มา: http://www.rakbankerd.com/agriculture/open.php?id=1234&s=tblplant

เศรษฐกิจ

7. ข้าวโพด เป็นพืชที่ปรากฏอยู่มากในเขตร้อนจนถึงอบอุ่น เนื่องจากเป็นพืชเศรษฐกิจที่ต้องการปริมาณน้ำค่อนข้างมากในช่วงที่กำลังเจริญเติบโต และเป็นพืชที่ต้องการแสงแดดในการสังเคราะห์แสงค่อนข้างมาก จึงปรากฏกระจายอยู่ทั่วไปในเขตร้อนถึงอบอุ่นของทวีเอเชีย ข้าวโพดส่วนใหญ่ใช้ในการเลี้ยงสัตว์ แต่มีบางพันธุ์ที่ใช้บริโภคได้


ไร่ข้าวโพด

แหล่งที่มา: http://youdo999.blogspot.com/2008/10/blog-post_5734.html
  8. ชา เป็นพืชที่ชอบอากาศที่มีความชื้นสูงแต่ดินมีการระบายน้ำดี ไม่แช่ขัง เหมาะกับพื้นที่ลาดเขาของเขตร้อนและเขตอบอุ่น ในทวีปเอเชียปรากฏอยู่มากในจีน อินเดีย ศรีลังกา และบังกลาเทศ เป็นพืชที่ใช้เป็นเครื่องดื่มและใช้เป็นส่วนผสมในอุตสาหกรรมอาหารหลายอย่าง
  9. อ้อย เป็นพืชที่ชอบอากาศค่อนข้างชื้นดินมีธาตุที่เป็นด่างสูง มีความชื้นในดินค่อนข้างมากแต่น้ำไม่แช่ขัง จึงปรากฏในที่ดอนของเขตร้อนและเขตอบอุ่น ดั้งเดิมเป็นพืชท้องถิ่นของภูมิภาคเอเชียใต้ในทวีปเอเชียมีการปลูกอ้อยมากในบริเวณตอนเหนือของอินเดีย และจีนด้านตะวันออก เป็นพืชที่ให้น้ำตาล
  10. ถั่วเหลืองและถั่วลิสง เป็นพืชที่ขึ้นได้ดีในเขตร้อนและอบอุ่นที่มีปริมาณฝนเพียงพอต่อการเจริญเติบโต ในทวีปเอเชียปรากฏอยู่มากในเขตที่ราบจีนด้านตะวันออก และคาบสมุทรเดคคานตอนล่างในประเทศอินเดีย ถั่วเหลือง และถั่วลิสงเป็นพืชนำเมล็ดมาสกัดเอาน้ำมันซึ่งใช้เป็นส่วนประกอบในการทำอาหารและเนยเทียมโดยเฉพาะถั่วเหลืองมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญของมนุษย์
  11. กาแฟ เป็นพืชที่ขึ้นได้ดีในบริเวณที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์คือ มีธาตุอาหารที่เป็นด่าง และมีอินทรียวัตถุในดินค่อนข้างมาก และชอบการระบายน้ำดีโดยในช่วงที่ออกผลจะต้องการน้ำมาก และจะน้อยลงเมื่อผลเริ่มสุก ดั้งเดิมเป็นพืชท้องถิ่นของประเทศเอธิโอเปีย ในทวีปเอเชียปรากฏอยู่มากในเขตดินภูเขาไฟ ซึ่งมีฝนชุกของเกาะสุมาตราและเกาะชวาของอินโดนีเซีย กาแฟเป็นพืชที่นำมาใช้ทำเป็นเครื่องดื่มเช่นเดียวกับชา
  12. ยาสูบ เป็นพืชที่ขึ้นได้ดีในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีความชื้นในดินค่อนข้างมาก แต่น้ำไม่แช่ขัง และมีอากาศร้อนถึงอบอุ่น จึงปรากฏอยู่มากในเขตฝนชุกของเอเชีย ที่สำคัญ ได้แก่ เขตรับลมของคาบสมุทรเดคคาน และเขตรับลมของเทือกเขาหิมาลัยในเอเชียใต้ เขตฝนชุกของพม่า เกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย เกาะลูซอนของฟิลิปปินส์ ที่ราบจีนด้านตะวันออก และกลุ่มเกาะประเทศญี่ปุ่น ยาสูบเป็นพืชที่นำใบมาทำบุหรี่ และผลิตภัณฑ์อย่างอื่นที่จัดอยู่ในกลุ่มของบุหรี่
  13. องุ่น เป็นพืชที่ขึ้นได้ดีในลักษณะอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน ในทวีปเอเชียจึงปรากฏอยู่มากในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ที่มีลักษณะอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน องุ่นเป็นผลไม้ที่ใช้ประโยชน์เด่นชัดที่สุด คือ ใช้ในการทำไวน์
  14. ยางพารา เป็นพืชที่ขึ้นได้ดีในเขตฝนชุกเกือบตลอดปีที่มีความชื้นในอากาศสูง มีน้ำในดินค่อนข้างมากแต่ไม่แช่ขัง และมีอากาศร้อน แสงแดดจัดและยาวนาน ขึ้นได้ดีในลักษณะอากาศแบบศูนย์สูตรของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในทวีปเอเชียซึ่งปรากฏยางพาราอยู่มากในกลุ่มเกาะของอินโดนีเซียคาบสมุทรมลายูในเขตประเทศมาเลเซีย และภาคใต้ของประเทศไทย และปรากฏอยู่บ้างในเกาะศรีลังกา

         ในทวีปเอเชียโดยภาพรวมยังประสบปัญหาในเรื่องของการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจอยู่หลายประการทั้งนี้เนื่องจากเงื่อนไขทางธรรมชาติ ได้แก่
  1. ลักษณะภูมิประเทศที่มีพื้นที่ราบลุ่ม ซึ่งเหมาะสมต่อการเพาะปลูกไม่มากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ทั้งหมดและยังเป็นที่ราบลุ่ม 2 ฝั่งแม่น้ำสายใหญ่ที่มักจะเกิดภาวะน้ำท่วมในช่วงน้ำหลากทำให้พืชที่ปลูกเสียหาย
  2. ลักษณะภูมิอากาศโดยเฉพาะปริมาณฝน แม้จะมีปริมาณสูงในเขตกลุ่มเกาะและชายฝั่งทะเลแต่บางครั้งก็มีมากเกินไปไม่เหมาะสมกับพืชที่ปลูกขณะที่ในเขตมรสุมและเขตตอนในแผ่นดินซึ่งปริมาณฝนจะน้อยลงเรื่อย ๆ นั้นมักจะพบว่าปริมาณฝนที่ใช้ในการเพาะปลุกบางครั้งไม่เพียงพอหรือบางครั้งตกผิดเวลา เช่น ช่วงที่ข้าวเริ่มแตกกอออกรวง ปรากฏว่าฝนทิ้งช่วงแต่พอข้าวเริ่มแก่ใกล้จะเก็บเกี่ยวกลับมีฝนตกหนักทำให้ข้าวที่ปลุกเสียหาย เป็นต้น ซึ่งภาวะที่ฝนตกไม่แน่นอน ทิ้งช่วงปริมาณไม่สม่ำเสมอ เรียกว่า “ฝนแปรปรวน” ที่ต้องเน้นถึงปริมาณฝนเนื่องจากการเพาะปลูกส่วนใหญ่ของทวีปเอเชียอยู่นอกเขตชลประทานซึ่งต้องอาศัยน้ำจากฝนตามธรรมชาติเป็นหลัก
  3. ลักษณะทางดิน โดยรวมแล้ว จะปรากฏปัญหามากในเขตละติจูดต่ำที่มีฝนชุกทำให้มีการชะล้างธาตุอาหารออกไปจากชั้นดินค่อนข้างรุนแรง ทำให้ดินมักจะขาดความอุดมสมบูรณ์แม้จะมีการแก้ไขโดยการใส่ปุ๋ยเคมีลงไปในดินเพื่อเพิ่มธาตุอาหาร วิธีการนี้แม้จะได้ผลแต่ทำให้ต้นทุนในการเพาะปลูกสูงขึ้นตามมาด้วย
            ขณะที่ปัญหาการเพาะปลูกที่มาจากเกษตรกร ได้แก่ การขาดเทคโนโลยีในการเพาะปลุก การวางแผนเพาะปลูก การจัดการปัจจัยการเพาะปลูกเกี่ยวกับดิน น้ำ และเมล็ดพันธุ์ และที่สำคัญ คือวิธีคิดหรือทัศนคติในการปลูกพืชซึ่งยึดเป็นอาชีพหลัก แต่มีความพอใจเพียงแค่เพื่อยังชีพ ยังขาดวิธีคิดที่จะปลุกพืชเพื่อการค้าเหมือนกับในทวีปเอมริกาเหนือ ทวีปยุโรปหรือในออสเตรเลีย
  1.2 การเลี้ยงสัตว์ 

        ในทวีปเอเชียมีกิจกรรมการเกษตรในเรื่องการเลี้ยงสัตว์อยู่ 2 ลักษณะใหญ่ ๆ ได้แก่    

   1) การเลี้ยงสัตว์แบบเร่ร่อน
 เป็นการเลี้ยงสัตว์ที่เคลื่อนย้ายฝูงสัตว์ไปเรื่อย ๆ เพื่อหาแหล่งหญ้าและแหล่งน้ำแห่งใหม่ซึ่งคนที่เลี้ยงจะมีการเคลื่อนย้ายตามไปด้วย โดยมีการสร้างที่พักแบบชั่วคราวที่สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย ซึ่งการเลี้ยงสัตว์แบบเร่รอนนี้จะปรากฏในเขตอากาศแห้งแล้ง อบอุ่นถึงหนาวเย็นของภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ เอเชียเหนือ (รัสเซีย) ส่วนเอเชีย และเอเชียตะวันออกบางส่วน คือ จีนด้านตะวันตก และมองโกเลีย สัตว์เลี้ยง ที่สำคัญ ได้แก่ แกะ แพะ จามรี โค ม้า และอูฐ 
    
   2) การเลี้ยงสัตว์แบบปศุสัตว์ 
เป็นการเลี้ยงสัตว์ที่อยู่กับที่ คือ ทำเป็นฟาร์มเลี้ยง มีโรงเรือน มีแหล่งหญ้า แหล่งน้ำอยู่ในบริเวณเดียวกัน ซึ่งมักจะเป็นการเลี้ยงเพื่อการค้า ในทวีปเอเชียปรากฎอยู่หนาแน่นในภูมิภาคเอเชียกลาง นอกจากนี้ยังปรากฏอยู่เป็นบริเวณแคบ ๆ ในเขตเมดิเตอร์เรเนียน สัตว์เลี้ยงที่สำคัญ ได้แก่ โคเนื้อ โคนม แกะ แพะ และม้า



การเลี้ยงสัตว์แบบปศุสัตว์

แหล่งที่มา: http://www.rakbankerd.com/agriculture/open.php?id=1990&s=tblblog
สัตว์เลี้ยงที่สำคัญของทวีปเอเชียจำแนกตามชนิด ดังนี้
  • โค เป็นสัตว์เลี้ยงที่มนุษย์ใช้ประโยชน์ในการเป็นแรงงานด้านการเกษตร รวมทั้งเป็นพาหนะในการเดินทางในสังคมชนบท และใช้บริโภคเป็นอาหารทั้งเนื้อและนม ธรรมชาติของโคชอบอยู่ในภูมิประเทศที่ดอน มีอากาศค่อนข้างแล้ง และดินค่อนข้างแห้งมีแหล่งน้ำและแหล่งหญ้าที่เพียงพอ ในทวีปเอเชียจึงปรากฏโคกระจายอยู่ในเขตที่ดอน อากาศค่อนข้างอบอุ่นปริมาณฝนไม่สูง มีช่วงชื้นสลับแล้ง ได้แก่ จีนด้านคาบสมุทรเดคคานด้านตะวันออกในประเทศอินเดียและในตุรกีด้าน
    ตะวันออก โคที่เกษตรกรเลี้ยงมีอยู่ 2 ชนิด คือ โคเนื้อซึ่งใช้เนื้อบริโภค และโคนมที่ใช้นมบริโภค


                             แหล่งที่มา: http://www.doae.go.th/library/html/detail/cow2/scow42.htm
  • แกะ เป็นสัตว์เลี้ยงที่มนุษย์ใช้ประโยชน์ได้เกือบทุกส่วน นั่นคือเนื้อใช้บริโภค นมใช้ดื่ม หนังใช้ทำเครื่องประดับ เครื่องใช้ และขนใช้ทำเนื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม โดยธรรมชาติแกะชอบอยู่ในเขตอากาศอบอุ่นถึงหนาวเย็น รวมทั้งอากาศแล้งและดินแห้งมากได้ แต่ต้องมีแหล่งหญ้าและแหล่งน้ำอยู่บ้าง ในทวีปเอเชียการเลี้ยงแกะส่วนใหญ่ปรากฏในรูปแบบการเลี้ยงแบบเร่รอน ในเขตภาคพื้นที่มีอากาศหนาวเย็นและแห้งแล้ง ที่สำคัญได้แก่ บริเวณประเทศมองโกเลีย รัสเซียตอนใต้ คาซัคสถานตอนเหนือ อิหร่านเขตติดต่อกับอิรัก เยเมนด้านตะวันตก และในอาร์เมเนียขณะที่มีบางแห่งเลี้ยงแบบปศุสัตว์ ที่สำคัญได้แก่ ในคาซัคสถานด้านตะวันออกเฉียงใต้ 
   2. เศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม

       1. อุตสาหกรรมในครัวเรือน เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานคนเป็นหลัก เครื่องจักรและอุปกรณ์ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อนทางเทคโนโลยีมากนัก ส่วนใหญ่เป็นงานฝีมือต่าง ๆ ที่สำคัญ เช่น การทอผ้าไหม ทอผ้าฝ้าย งานปั้น งานแกะสลัก งานทำเครื่องโลหะ งานจักสาน ทอพรม เจียระไน เครื่องประดับ การถนอมอาหาร แปรรูปอาหารแบบง่าย ๆ ทำของที่ระลึกขายให้นักท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งอุตสาหกรรมในครัวเรือนมีกระจายอยู่โดยทั่วไปในประเทศต่าง ๆ ของทวีปเอเชีย



งานหัตถกรรมในประเทศจีน

แหล่งที่มา: http://thai.cri.cn/381/2009/11/30/21s164431.htm


       2. อุตสาหกรรมขนาดเล็ก เป็นอุตสาหกรรมที่มีการผลิตวัตถุสำเร็จรูปในโรงงานขนาดเล็ก ใช้แรงงานคนไม่มาก ใช้เครื่องจักรที่มีเทคโนโลยี และใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง อุตสาหกรรมโรงงานอาหารสัตว์ โรงงานผลไม้กระป๋อง โรงงานน้ำตาล เป็นต้น ส่วนใหญ่ปรากฏอยู่ในประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

       3. อุตสาหกรรมโรงงานขนาดใหญ่ เป็นอุตสาหกรรมที่มีการผลิตวัตถุสำเร็จรูปในโรงงานขนาดใหญ่ ใช้แรงงานเครื่องจักรเป็นหลัก มีเงินลงทุนมาก เช่น อุตสาหกรรมเหล็กกล้า กลั่นน้ำมัน ต่อเรือ รถยนต์ เครื่องจักรกล เคมีภัณฑ์ เป็นต้น ในทวีปเอเชียประเทศญี่ปุ่นปรากฏอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หนาแน่นมาก ประเทศอื่น ๆ มีไต้หวัน เกาหลีใต้ จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ อิสราเอล 
อาซัคสถาน จอร์เจีย อาร์เมเนีย รวมทั้งประเทศไทย

เศรษฐกิจ

 ขณะที่อุตสาหกรรมอีกประเภทหนึ่งที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง คือ อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันปรากฏเด่นในประเทศอินเดีย โดยเฉพาะเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ต่าง ๆ อุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่สำคัญ เช่น

    อุตสาหกรรมป่าไม้ จำแนกได้เป็น 2 บริเวณใหญ่ ๆ คือ

   1) อุตสาหกรรมป่าไม้ในเขตหนาวเย็น ส่วนใหญ่จะเป็นไม้สนซึ่งเป็นไม้เนื้ออ่อน จากนั้นจะนำไปแปรรูปเป็นกระดาษและลังไม้ การทำอุตสาหกรรมป่าไม้ในเขตหนาวเย็น จะมีข้อดีในด้านความสะดวกในการตัด เนื่องจากจะมีไม้สนชนิดเดียวกัน ไม่ค่อยมีไม้ชนิดอื่นปน ปรากฏมากในประเทศรัสเซีย

   2) อุตสาหกรรมป่าไม้ในเขตร้อน ส่วนใหญ่จะเป็นไม้เนื้อแข็งซึ่งสามารถนำไปใช้ในการก่อสร้างแปรรูปเป็นเครื่องใช้หรือเฟอร์นิเจอร์การตัดไม้ในเขตร้อนจะประสบปัญหาในการคัดเลือกไม้ เนื่องมีความหลากหลายของชนิดไม้ ปรากฏในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งคาบสมุทรและกลุ่มเกาะ
    อุตสาหกรรมประมง ได้แก่

    ประมงทะเล 
ปรากฏเด่นแถบทะเลย่านกลุ่มเกาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทะเลจีนใต้ ทะเลจีนตะวันออก ทะเลญี่ปุ่นไปจนตลอดทะเลโอคอตสก์ของรัสเซีย และช่องแคบเบริงโดยเฉพาะทะเลแถบกลุ่มเกาะญี่ปุ่น จะมีกระแสน้ำเย็นที่ไหลมาจากละติจูดสูงและกระแสน้ำอุ่นที่ไหลจากละติจูดต่ำมาบรรจบกันทำให้ปรากฏแพลงก์ตอนมากมายเป็นอาหารของสัตว์น้ำชนิดต่าง ๆ ทำให้แถบนี้มีปลาชุกชุม ส่วนบริเวณทำประมงที่เด่นรองลงไป ได้แก่ ทะเลอันดามัน ทะเลชายฝั่งแถบเอเชียใต้ และทะเลตอนเหนือของรัสเซียในทวีปเอเชียการทำประมงทะเลส่วนใหญ่จะเน้นเพื่อการค้า มีการใช้เทคโนโลยีในด้านเครื่องมือในการจับสัตว์น้ำ ห้องเย็นในการเก็บ รวมทั้งการแปรรูปอาหารทะเลอยู่ในเรือด้วย ประเทศที่จับปลากทะเลที่สำคัญ ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน อินเดีย ไทย อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ในอนาคตอันใกล้อาจจะเกิดปัญหาการประมงทะเลเนื่องจากมีความต้องการของผู้บริโภคสูงขึ้นเรื้อย ๆ จนเกินสมดุลของธรรมชาติที่จะทดแทน และเกิดจากการขาดความเข้าใจในเรื่องการใช้เครื่องมือและฤดูกาลจับสัตว์น้ำที่ไม่เหมาะสม 


การทำประมง
แหล่งที่มา: http://www.doae.go.th/library/html/detail/cow2/scow42.htm

   3. เศรษฐกิจภาคบริการ
       เศรษฐกิจภาคบริการที่สำคัญจำแนกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ การค้าขาย การคมนาคมขนส่ง และการท่องเที่ยว ในทวีปเอเชียกิจกรรมภาคบริการในอดีตที่ผ่านมาโดยรวมแล้วถือว่าไม่ค่อยได้รับความสนใจจากรัฐบาลและประชากรในประเทศต่าง ๆ มากนัก ทั้ง ๆ ที่เป็นภาคเศรษฐกิจ ที่สร้างมูลค่าด้านรายได้ที่สูงมาก เมื่อเปรียบเทียบกับภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม แต่ในระยะหลังได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐอย่างจริงจัง ทั้งในเรื่องการค้าขาย การคมนาคม ขนส่งและการท่องเที่ยว

       3.1 การค้าขาย 
เป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีการสร้างปฏิสัมพันธ์กันระหว่างประชากรในดินแดนต่าง ๆ เป็นการกระจายแลกเปลี่ยนสินค้าประเภทต่าง ๆ ในทวีปเอเชีย มีทั้งการค้าขายระหว่างประเทศภายในของทวีปเอเชียเอง และระหว่างประเทศในทวีปเอเชียกับประเทศในทวีปอื่น ๆ ด้วย พิจารณาได้ดังนี้
  • สินค้าส่งออก สินค้าส่งออกภาคเกษตรที่สำคัญได้แก่ข้าวและยางพารา ส่วนใหญ่จะมาจากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สินค้าส่งออกภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลจากญี่ปุ่นและไทย อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้และเอเชียกลาง อุตสาหกรรมรถยนต์จากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไทย และมาเลเซีย 
  • สินค้านำเข้า ประเทศอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมใหม่ส่วนใหญ่จะนำเข้าสินค้าประเภทวัตถุดิบและพลังงาน ได้แก่ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง(สาธารณรัฐประชาชนจีน) สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และมาเลเซีย ประเทศเกษตรกรรมจะนำเข้าสินค้าทุนปะเภทเครื่องจักรต่าง ๆ และประเทศในกลุ่มผู้ส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้และเอเชียกลางจะนำเข้าเครื่องจักรกล รถยนต์ และอาหาร 
         3.2 การคมนาคมขนส่ง เป็นกิจกรรมที่สำคัญในด้านการกระจายสินค้าและบริการการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เทคโนโลยี การศึกษา ในทางภูมิศาสตร์ถือได้ว่า การคมนาคมขนส่ง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประชากรในภูมิภาคหรือประเทศต่าง ๆ เกิดการสร้างปฏิสัมพันธ์กันในรูปแบบต่าง ๆ เป็นเรื่องของคุณสมบัติเชิงภูมิศาสตร์ เกี่ยวกับตำแหน่ง ระยะทางและทิศทาง เนื่องจากการเดินทางจากตำแหน่งหนึ่งไปยังตำแหน่งหนึ่งและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น เช่น การรับหรือกระจายเทคโนโลยี วัฒนธรรม 
การท่องเที่ยว มูลค่าทางเศรษฐกิจ หรือแม้แต่โรคติดต่อย่างโรคซาร์ส หรือไข้หวัดนก เป็นต้น
  • รถไฟ ทางรถไฟของทวีปเอเชียจะหนาแน่นในบริเวณที่ราบจีนด้านตะวันออก ส่วนบริเวณที่มีทางรถไฟครอบคลุมพื้นที่ค่อนข้างมาก ได้แก่ ญี่ปุ่นและอินเดีย มีบางประเทศที่ไม่มีทางรถไฟ เช่น ลาว ปัญหาที่สำคัญอย่างหนึ่งของทวีปเอเชีย คือ ความกว้างของรางรถไฟในประเทศต่าง ๆ ส่วนใหญ่ไม่เท่ากันทำให้การเดินทางโดยรถไฟข้ามประเทศไม่สามารถทำได้ถ้าสามารถแก้ปัญหาโดยการร่วมกันปรับปรุงทางรถไฟในประเทศต่าง ๆ ของทวีปเอเชีย ให้มีความกว้างของรางที่เท่ากัน สามารถเดินรถไฟระหว่างประเทศได้ ย่อมจะส่งผลดีต่อการคมนาคมขนส่งของเอเชียเพราะการขนส่งสินค้าโดยรถไฟจะประหยัดทุนได้มาก
  • รถยนต์ ทางรถยนต์ในทวีปเอเชียส่วนใหญ่เป็นเส้นทางใช้สัญจรภายในประเทศ ถนนระดับมาตรฐานที่คงทนถาวร และใช้ได้ทุกฤดูกาลมีจำนวนน้อยกว่าถนนที่ใช้ได้เฉพาะฤดูกาล
  • ทางอากาศ เป็นการเดินทางที่รวดเร็วสะดวกสบาย ประเทศหรือเมืองที่มีตำแหน่งที่ตั้งเป็นศูนย์กลางที่แวดล้อมด้วยเมืองหรือประเทศต่าง ๆ มักจะกลายเป็นศูนย์กลางทางการบิน เช่น กรุงเทพมหานคร สิงคโปร์ ฮ่องกง โตเกียว เตหะราน เป็นต้น
  • ทางน้ำ ในทวีปเอเชียมีการเดินเรือตามแม่น้ำสายสำคัญ เช่น แม่น้ำโขง แม่น้ำฮวงเหอ เป็นต้น ขณะที่การเดินเรือทางทะเลนั้นประเทศที่เป็นกลุ่มเกาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมในการสร้างท่าเรือขนาดใหญ่จะได้ประโยชน์จากเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ เช่น สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ท่าเรือที่สำคัญของเอเชีย ได้แก่ สิงคโปร์ จาการ์ตา
    โฮจิมินห์ ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ และโตเกียว
           การคมนาคมขนส่งทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายหรือเคลื่อนที่ของประชากร สินค้า วัตถุดิบต่าง ๆ รวมทั้งเทคโนโลยี ศิลปะวิทยาการ และวัฒนธรรมต่าง ๆ ยิ่งการเดินทางสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยมากเท่าใดย่อมจะนำมาซึ่งความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคและของทวีปมากเท่านั้น
         3.3 การท่องเที่ยว การท่องเที่ยวเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์เชิงบวกของมนุษย์กับสภาพแวดล้อม ในทวีปเอเชียซึ่งมีแผ่นดินกว้างใหญ่มีลักษณะธรณีหลากหลายทั้งอายุและโครงสร้าง ทำให้ปรากฏภูมิประเทศหลากหลาย มีภูมิอากาศและพืชพรรณธรรมชาติทุกรูปแบบ ซึ่งสภาพทางธรรมชาติดังกล่าวทำให้ปรากฏแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมายกระจายอยู่ทั่วไปนอกจากนี้แผ่นดินเอเชียยังเป็นแหล่งของอารยธรรมโบราณของโลกอยู่หลายแห่ง มีวัฒนธรรม วิธีคิดที่โดเด่นเป็นแบบฉบับปรัชญาตะวันออกทำให้เกิดการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมที่สวยงาม โดดเด่น ใช้เป็นจุดขายเชิงการท่องเที่ยวได้อย่างดี เมื่อมีทรัพยากรการท่องเที่ยวทั้งทางธรรมชาติและทางวัฒนธรรมที่แสดงออกในรูปแบบของสถานที่ที่น่าสนใจ การเดินทางด้วยรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะทางอากาศยานที่สะดวกสบายและปลอดภัย จึงทำให้การท่องเที่ยวของเอเชียเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจภาคบริการที่สร้างรายได้ให้กับประเทศต่าง ๆ ในเอเชียมีสัดส่วนที่สูง  เพียงแค่ลงทุนด้านประชาสัมพันธ์และการอำนวยความสะดวก แล้วใช้ทรัพยากรของแผ่นดินเป็นจุดขายก็สามรถนำเงินตราเข้าประเทศ เข้าภูมิภาค และเข้าทวีปได้อย่างมาก 

ภูมิภาคของทวีปเอเชีย

          คำว่า ภูมิภาค (region) คือ พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งซึ่งมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างที่คล้ายคลึงกัน และสามารถแบ่งแยกออกจากพื้นที่โดยรอบได้ เช่น มีลักษณะภูมิประเทศคล้ายกัน อาทิภาคเหนือของประเทศไทยมีภูมิประเทศหลักเป็นเทือกเขาสูงแทรกสลับด้วยแอ่งที่ราบเหมือนกันทั้ง 9 จังหวัด หรือภาคกลางมีภูมิประเทศหลักเป็นที่ราบเหมือนกันทั้ง 22 จังหวัด เป็นต้น ดังนั้นแบ่งภูมิภาคจึงแบ่งได้หลายลักษณะขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และเกณฑ์ที่ใช้แบ่ง นอกจากนี้ภูมิภาคยังมีขนาดพื้นที่หรือขอบเขตที่แตกต่างกันไป
      ในทวีปเอเชียจำแนกภูมิภาคทางภูมิศาสตร์ออกได้เป็น 6 ภูมิภาค โดยใช้สภาพทางภูมิศาสตร์เป็นตัวแบ่ง ซึ่งพิจารณาจากระบบธรรมชาติ เช่น เรื่องของภูมิประเทศ ภูมิอากาศ เป็นต้นระบบมนุษย์ เช่น เรื่องของรูปร่างหน้าตา สีผิว เป็นต้น และเรื่องของระบบวัฒนธรรม เช่น ภาษา ศาสนา กิจกรรม เศรษฐกิจ เป็นต้น

      ภูมิภาคของทวีปเอเชียมี 5 ภูมิภาค ดังนี้
  1. ภูมิภาคเอเชียตะวันออก ประกอบด้วยประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เกาหลีเหนือ มองโกเลีย และไต้หวัน
  2. ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วย ประเทศพม่า ไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย อินโดนีเซีย
    ติมอร์-เลสเต (ติมอร์ตะวันออก) สิงคโปร์ บรูไน และฟิลิปปินส์
  3. ภูมิภาคเอเชียใต้ ประกอบด้วย ประเทศ อินเดีย ศรีลังกา มัลดีฟส์ ปากีสถาน เนปาล ภูฎาน และบังกลาเทศ
  4. ภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ประกอบด้วย ประเทศอัฟกานิสถาน อิหร่าน อิรัก ซีเรีย ตุรกี ซาอุดีอาระเบีย โอมาน เยเมน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาหร์เรน กาตาร์ เลบานอน คูเวต จอร์แดน ไซปรัส และอิสราเอล
  5. ภูมิภาคเอเชียกลาง ประกอบด้วย ประเทศคาซัคสถาน อุซเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน อาร์เมเนีย จอร์เจีย อาเซอร์ไบจาน
    ทาจิกิสถาน และคีร์กีซ